6 การเปลี่ยนแปลงด้านกายภาพทีสำคัญ

6 การเปลี่ยนแปลงด้านกายภาพทีสำคัญ

การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินและอาคารเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัย

•        ความต้องการที่อยู่อาศัยขนาดเล็กในเขตเมืองชั้นในที่เพิ่มสูงขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและขนาดของครอบครัว ผลักดันให้เกิดการพัฒนาพื้นที่ทางแนวตั้งในบริเวณชุมชนต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่โดยรอบพื้นที่จุดเปลี่ยนถ่ายการสัญจร เกิดปรากฎการณ์การเหินขึ้นของราคาพื้นที่อยู่อาศัยใจกลางเมือง และการซื้อขายเพื่อการเก็งกาไรมากกว่าการอยู่อาศัย

•         การเปลี่ยนแปลงระบบกายภาพของพื้นที่ชุมชนเก่า เพื่อรองรับความต้องการด้านที่อยู่อาศัยของประชากรผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง และประชากรแรงงานต่างชาติ ทั้งในรูปแบบของการเพิ่มความหนาแน่นทางแนวตั้งในรูปแบบของการพัฒนาใหม่และการเพิ่มความหนาแน่นทางแนวนอนภายใต้ขนาดของมวลอาคารเดิม

•    การเปลี่ยนแปลงระบบการถ่ายโอนสิทธิการใช้ที่ดินและอาคาร เนื่องจากมูลค่าของที่ดินในย่านเก่าที่พุ่งสูงจากกลไกการพัฒนาทางตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยระบบธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจการท่องเที่ยว

การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินจากระบบเศรษฐกิจ

•     การลดลงของบทบาทของพื้นที่การค้าปลีกทั้งในระดับชุมชนและระดับเมือง ด้วยพฤติกรรมการบริโภคสินค้าผ่านการซื้อขายออนไลน์ และใช้บริการจัดส่งสินค้าถึงบ้านเป็นบรรทัดฐานของชีวิตประจาวัน

•     การเกิดพื้นที่ Multi-CBD ตามการรวมกลุ่มของธุรกิจ (Business Cluster) ที่มีความชัดเจนยิ่งขึ้นในเขตเมืองชั้นในกรุงเทพมหานคร โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนสาคัญคือการเปิดเสรีการค้าอาเซียนที่จะทาให้การเกิดลงทุนของกลุ่มธุรกิจข้ามชาติประเภทการวิจัยและพัฒนา (R&D) และเทคโนโลยีระดับสูงในพื้นที่เมืองกรุงเทพมหานครชั้นใน โดยเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและการแพทย์

•    รูปแบบและวิธีการทางานที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นการทางานแบบโครงข่ายของผู้ประกอบอาชีพอิสระ (Network of freelancers) ส่งผลทาให้เกิดความต้องพื้นที่เพื่อการทางานแบบใหม่ (Sharing office) ที่มีขนาดเล็กลง มีความยืดหยุ่นสูง และมีเทคโนโลยีทาง ICT ที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงอาจผนวกอยู่ในพื้นที่พักอาศัย (SOHO)) เป็นสาเหตุทาให้ปริมาณความต้องการและรูปแบบของพื้นที่สานักงานในเขตเมืองชั้นในกรุงเทพมหานครในอนาคตเปลี่ยนแปลงไปจากปัจจุบัน

•    การเจริญเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยวและการบริการรูปแบบใหม่ ที่เน้นตลาดกลุ่มทางเลือกขนาดเล็ก โดยมีจุดขายคือการมีประสบการณ์ร่วมกับพื้นที่และชุมชน เป็นสาเหตุสำคัญที่ทาให้เกิดการฟื้นฟูระบบกายภาพภายในย่านเมืองเก่าหลายแห่งในย่านเมืองเก่า โดยเฉพาะย่านที่อยู่อาศัยในพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เพื่อรองรับกิจกรรมการท่องเที่ยวและการบริการ

•    การพัฒนาระบบอุตสาหกรรมใหม่กลางเมือง ทั้งอุตสาหกรรมการเกษตรทางเลือกที่เกิดขึ้นจากการให้ความสำคัญต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชากรเมือง ส่งผลทาให้เกิดความต้องการสินค้าด้านอาหารที่เน้นความสะอาด และปลอดภัยจากสารพิษ พัฒนาไปสู่การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ทางกายภาพของเมืองเพื่อเป็นพื้นที่เกษตรกรรมระดับครัวเรือน/ชุมชน และการเกิดอุตสาหกรรมการเกษตรปลอดสารพิษใจกลางเมือง ตลอดจนอุตสาหกรรมการผลิตรูปแบบใหม่ ที่มีระบบการผลิตขนาดเล็ก และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินของย่านศูนย์ราชการ

•    การเปลี่ยนแปลงบทบาทและที่ตั้งของสถานที่ราชการในอนาคต จากการใช้พื้นที่สานักงานขนาดใหญ่แบบรวมศูนย์บนที่ดินของรัฐไปสู่การกระจายตัวใช้พื้นที่ขนาดเล็กบนอาคารสานักงานของภาคเอกชน ส่งผลทาให้เกิดแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินของย่านศูนย์ราชการเดิมในเขตเมืองชั้นในสู่รูปแบบใหม่ตามแต่บริบทการพัฒนา ส่วนพื้นที่ศูนย์ราชการขนาดใหญ่ที่ยังคงหลงเหลืออยู่จะเปลี่ยนแปลงบทบาทเป็น Back office ที่ทาหน้าที่เป็นคลังข้อมูลขนาดใหญ่ในอนาคต

การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินจากการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมพหุวัฒนธรรม

•     การเกิดพื้นที่ย่านใหม่ตามกลุ่มประเภทของประชากร ซ้อนทับไปบนพื้นที่ย่านดั้งเดิม โดยเฉพาะย่านที่เกิดขึ้นตามกลุ่มประชากรแรงงานต่างชาติ และกลุ่มคนที่ทางานด้านศิลปะและการสร้างสรรค์ เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบอาคารและพื้นที่สาธารณะให้เหมาะสมกับระบบกิจกรรมของกลุ่มคนในพื้นที่

•      การพัฒนาพื้นที่สาธารณะเพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มคนในสังคม เพื่อผสานความแตกต่าง การกีดดัน และลดความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างกลุ่มวัย เชื้อชาติ และวัฒนธรรมจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประชากร

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเมืองด้านการขนส่ง

•         การพัฒนาระบบขนส่งปลายทางที่มีประสิทธิภาพและหลากหลาย เพื่อรองรับการใช้ระบบการขนส่งทางรางที่เป็นรูปแบบการเดินหลักในชีวิตประจาวัน โดยมีทางเลือกสำคัญคือการพัฒนาคุณภาพของระบบขนส่งสาธารณะที่ไม่เป็นทางการ (Informal / Para-transportation) ให้มีมาตรฐาน และนาเทคโนโลยี ICT มาเป็นเครื่องมือพัฒนาประสิทธิภาพของการบริการ

•     การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเดินทางในระดับละแวกบ้าน เป็นการเดินเท้าและใช้จักรยานที่เพิ่มสูงขึ้น

•     การเดินทางอย่างมีประสิทธิภาพและไร้รอยต่อ พฤติกรรมการเดินทางที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นปริมาณการเดินทางเพื่อการทางานและการจับจ่ายใช้สอยที่ลดน้อยลง แต่เดินทางเพื่อการท่องเที่ยวและนันทนาการที่เพิ่มสูงขึ้น และมีความคาดหวังต่อประสิทธิภาพของการเดินทางสู่พื้นที่ศูนย์กลางกิจกรรมอย่างไร้รอยต่อได้ตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง

•         การพัฒนาระบบขนส่งสินค้าที่มีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับระบบเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่เน้นรูปแบบการซื้อขายผ่านตลาดออนไลน์ (E-commerce) และพึ่งพาธุรกิจการจัดส่งสินค้า

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเมืองด้านอื่นๆ

•   การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยีทางด้านการสื่อสารและสนเทศ (ICT) อาทิ การเข้าถึงระบบข้อมูลและข่าวสาร การจัดการอภิมหาฐานข้อมูล การป้องกันภัยของระบบข้อมูลข่าวสาร เป็นต้น

•    การแสวงหาพลังงานทางเลือกและทิศทางการพัฒนาเมืองที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม จากการตระหนักถึงปัญหาการขาดแคลนพลังงานเพื่อรองรับระบบกิจกรรมบนพื้นที่เมือง และปัญหาภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจากเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ นาไปสู่แนวคิดการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานรูปแบบใหม่ อาทิ สถานีพลังงานทางเลือกระดับชุมชน และการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Economic) ตลอดจนให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเมืองที่ตอบรับกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้อมเมือง

 

•     การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของสังคม ภายใต้ระบบโครงสร้างทางประชากรที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นสังคมผู้สูงอายุ สังคมพหุวัฒนธรรม และสังคมที่ยังคงมีระดับของความเหลื่อมล้าสูงเพื่อการดารงชีวิตอย่างมีคุณภาพและมีสุขภาวะ อาทิ สวนสาธารณะ ศูนย์สุขภาพ สถานที่ออกกาลังกาย

Referenced Project: 
โครงการกรุงเทพฯ 250
Progress Date: 
อังคาร, พฤษภาคม 12, 2015