Urban Renewal Tab 2 (Thai)

ในปี 2558 ประเทศไทยจะก้าวสู่ยุคประชาคมอาเซียน กรุงเทพฯ จะกลายเป็นมหานครที่มีบทบาทสำคัญแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่การพัฒนาเมืองของกรุงเทพฯ ยังเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยการ “ขยายเมือง” ออกไป เพื่อรองรับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น นำมาซึ่งปัญหามากมายจากการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ไม่คุ้มค่า ความสิ้นเปลืองในการลงทุนด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานย่านชานเมือง ปัญหาจราจรจากการสัญจรด้วยรถยนต์จำนวนมาก และปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการรุกล้ำพื้นที่เกษตรกรรม ในขณะที่พื้นที่จำนวนมหาศาลในเขตเมืองชั้นในถูกปล่อยทิ้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ว่างร้างของภาคเอกชน พื้นที่กรรมสิทธิ์ผืนใหญ่ของภาครัฐ พื้นที่ใต้ทางด่วน เป็นต้น 

 

แต่เนื่องจากการฟื้นฟูเมืองเป็นเรื่องซับซ้อน มีประชาชนและหน่วยงานเกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก ปัญหาสำคัญคือการขาด “กลไก” ในการประสานเชื่อมต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและทรัพยากรจากภาคียุทธศาสตร์เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูเมืองอย่างเป็นระบบ ปรากฏการณ์เช่นนี้ส่งผลให้การพัฒนาถูกแยกเป็นส่วนๆ และกลายเป็นภาพของความขัดแย้งในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมี “ข้อจำกัด” ในเชิงกฎหมาย การเงินและการลงทุนที่ทำให้การดำเนินการโครงการฟื้นฟูเมืองในประเทศไทยเป็นไปได้อย่างยากลำบาก

 

คงถึงเวลาแล้วที่กรุงเทพมหานครต้องหันกลับมาปรับกลยุทธ์ในการพัฒนาเมือง โดยควรมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมให้เกิดการดำเนินการโครงการฟื้นฟูเมืองอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้จำเป็นต้องมีหน่วยงานที่เป็น “แกนกลาง” ในการเชื่อมต่อภาคียุทธศาสตร์ในการดำเนินการโครงการ และจำเป็นต้องมีการพัฒนา “เครื่องมือและนวัตกรรมการฟื้นฟูเมือง” ไปพร้อมๆ กันกับการสนับสนุนให้มี “การดำเนินการโครงการนำร่อง” ในพื้นที่ยุทธศาสตร์