มิวเซียม (สื่อ) เมือง

กรุงเทพฯ ที่เราใช้ชีวิตอยู่ในวันนี้เป็นอย่างไร และกรุงเทพฯ ในอนาคตจะมีหน้าตาแบบไหน รวมไปถึงที่ผ่านมาเรามีแนวคิดการออกแบบเมืองเป็นอย่างไร หากจะสรุปจากสภาพปัจจุบันจนเดาเอาเองว่าไม่เคยถูกออกแบบก็คงจะใจร้ายจนเกินไป แต่ถ้ามีและเราก็อยากรู้จักนโยบายการพัฒนากรุงเทพฯ ที่ผ่านมา และที่กำลังจะเกิดขึ้น เป็นไปได้ไหมที่เราจะได้เรียนรู้เรื่องราวเหล่านี้ด้วยการเล่าที่เข้าใจง่าย น่าติดตาม อาจจะเป็นความโชคดีของคนปารีสที่มีสถานที่ที่เปิดกว้างสำหรับทุกคนในข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับการวางผังเมืองปารีส อย่างสถานที่ “PAVILLON DE L'ARSENAL

 



          “PAVILLON DE L'ARSENAL” หรือ ศูนย์กลางสถาปัตยกรรมและการวางผังเมืองแห่งปารีสถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1988 ตั้งอยู่ใจกลางพื้นที่ประวัติศาสตร์ของปารีส และเป็นสถานที่แรกในยุโรปที่มีการจัดแสดงข้อมูลทุกด้านที่เกี่ยวกับการวางผังเมืองและสถาปัตยกรรมของเมืองปารีสตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมไปถึงปารีสในอนาคตที่ถูกคาดการณ์และกำลังพัฒนาเพื่อให้เป็นปารีสสำหรับทุกคนมากยิ่งขึ้น ซึ่งศูนย์ฯ นี้เปิดกว้างให้กับทุกคนไม่ว่าจะเป็นชาวปารีเซียง หรือนักท่องเที่ยวในการเข้าเยี่ยมชม ซึ่งจะมาเป็นหมู่คณะหรือมาเดี่ยวก็ได้ และที่สำคัญคือ ฟรี!

            จุดเริ่มต้นของศูนย์ฯ แห่งนี้ เกิดจากการที่ประเด็นเรื่องเมืองถูกประชาชนหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นสำคัญมาพูดถึงหลายต่อหลายครั้ง เทศบาลเมืองปารีสจึงมีแนวคิดที่จะต่อยอดความสนใจนี้ ด้วยการนำเอาข้อมูลที่เกี่ยวกับเมืองดูเป็นเรื่องเข้าใจยาก มาเผยแพร่ในรูปแบบที่น่าสนใจ ทั้งเพื่อสร้างความเข้าใจและดึงดูดให้ผู้คนอยากที่จะเข้าใจและเข้ามามีส่วนร่วมกับเมืองให้มากยิ่งขึ้น

ฟรี และดียังมีในโลก

 

              ศูนย์กลางสถาปัตยกรรมและการวางผังเมืองแห่งปารีส มีการจัดแสดงนิทรรศการที่กินพื้นที่กว่า 800 ตารางเมตรบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวการพัฒนาของเมืองในช่วง 2,000 ปีที่ผ่านมา จวบจนถึงปารีสในปัจจุบัน ยิ่งไปกว่านั้น นิทรรศการยังบอกเล่าถึงทิศทางของเมืองในอนาคตว่ามีโครงการใดที่กำลังจะเกิดขึ้น ส่วนใดที่กำลังจะถูกพัฒนาบ้าง  .

          ถึงแม้การให้ความรู้เกี่ยวกับอดีตกับปัจจุบันอาจเพียงพอต่อการใช้ชีวิต แต่การได้ทราบทิศทางที่จะเกิดขึ้น ก็ช่วยให้เราเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดได้

 

         ศูนย์ฯ แห่งนี้จึงให้ความสำคัญกับการให้ข้อมูลกับโครงการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วยการนำเสนอในรูปแบบของแบบจำลองสามมิติของอาคารต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2020 พร้อมทั้งมีจอแสดงผลขนาดใหญ่ถึง 37 ตารางเมตรแบบ Interactive ที่เป็นความร่วมมือกับGoogle ในการจำลองภาพจากถ่ายทางอากาศ โดยความรู้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในศูนย์ฯ แต่สำหรับผู้ที่ไม่สามารถไปเข้าชมนิทรรศการที่ปารีสแต่อยากที่จะดูแบบจำลองสามมิติของปารีสในปี ค.ศ. 2020 ทางศูนย์ฯ ก็เปิดให้สามารถที่จะโหลดไฟล์แล้วนำไปเปิดในโปรแกรม Google Earth ได้ เหมือนยืนดูที่ Pavillon de l’Arsenal ฟังดูแล้วเหมือนเรากำลังดูอนาคต ด้วยวิธีที่ล้ำสมัยแบบอนาคต

 

 

          นอกจากนิทรรศการถาวรแล้ว ยังมีนิทรรศการหมุนเวียนที่น่าสนใจสลับกันมาจัดแสดงอย่างสม่ำเสมอ ตัวอย่างเช่น นิทรรศการREINVENT.PARIS: EXHIBITION ON THE RESULTS OF THE CALL FOR INNOVATING URBAN PROJECTS ที่จัดแสดงรายละเอียดต่างๆ ของผู้ชนะ รวมถึงงานของผู้เข้าประกวดในโครงการ Innovating Urban

           ศูนย์ฯ แห่งนี้ไม่ได้มีเพียงนิทรรศการ แต่ในทุกๆ ปีที่นี่ยังมีการจัดประชุมกว่า 70 การประชุม, การจัดเวิร์กชอป และการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ที่แวะเวียนมาจัดงานที่ศูนย์ฯ แห่งนี้ไม่ต่ำกว่า 150 ครั้ง ทั้งยังตีพิมพ์หนังสือ ซึ่งกิจกรรมที่หลากหลายนี้ดึงดูดคนมาที่แห่งนี้กว่า 200,000 คน และมีแนวโน้มที่ตัวเลขจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

 

 

 

             จุดประสงค์ของศูนย์ฯ แห่งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่แสดงความรู้และความเข้าใจในเรื่องเมือง แต่เป็นการแสดงถึงความโปร่งใสในด้านการดำเนินงานต่างๆ ที่บอกประชาชนว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไร มีอะไรเกิดอะไรขึ้นบ้าง สิ่งที่ประชาชนจะได้รู้จึงไม่ใช่เพียงภาพสวยๆ มาเล่าเรื่อง แต่เป็นรายละเอียดการดำเนินงานต่างๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปจนถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง และทิศทางการพัฒนาของเมืองที่กำลังมุ่งไป ศูนย์ฯ แห่งนี้จึงเป็นหลักฐานยืนยันถึงการให้ความสำคัญกับการเผยแพร่องค์ความรู้เรื่องเมืองของเทศบาลนครปารีสเพราะเรื่องเมืองก็คงไม่ใช่เรื่องไกลตัว

ทำไมต้องเข้าใจเมือง?

               การจะเกิดความเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่อย่างผังเมืองที่เกี่ยวข้องไปกับทุกส่วน เราจึงต้องอาศัยปัจจัยและเครื่องมือมากมายทั้งการวางแผนที่ดี การมีนโยบายที่สอดคล้อง ทั้งยังเกี่ยวข้องกับระบบโครงสร้างการปกครองประเทศ ไปจนถึงความเข้าใจที่ดี และเป็นขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคนในเมืองที่ต้องสามารถบอกได้ว่าเมืองที่ดีเป็นอย่างไร และสามารถที่จะหันมาเรียกร้องเมืองที่ดีได้ เพราะคงไม่มีเมืองไหนทนเสียงของประชาชนทุกคนได้หรอกจริงไหม? ดังนั้นหากจะบอกว่า “การสร้างความเข้าใจ” จึงเป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาเมืองคงไม่ผิดนัก

 

แล้วกรุงเทพฯ ล่ะ

 

มิวเซียม vs พิพิธภัณฑ์

         ศูนย์กลางสถาปัตยกรรมและการวางผังเมืองแห่งปารีส อาจถูกนับได้ว่าเป็น “มิวเซียม” แต่ไม่ใช่ “พิพิธภัณฑสถาน” ทั้งสองคำที่ดูเผินๆ เป็นคำแปลภาษาอังกฤษไปไทย แต่หากมองย้อนไปที่ความหมายตามรูปศัพท์ของทั้งสองอันจะพบว่า พิพิธภัณฑ์คำผูกใหม่ที่แปลจากมิวเซียม หมายถึง สถานที่สำหรับสิ่งของนานาชนิด ในขณะที่ มิวเซียม หมายถึงพื้นที่แบ่งปันความรู้ไร้พรมแดน และไร้กำหนดกฎเกณฑ์อย่างเป็นทางการ เน้นให้ความสำคัญเนื้อหามากกว่ารูปแบบ ซึ่งนี่ คือ หนึ่งในความเข้าใจที่บิดเบี้ยวและฝังลึกจนส่งผลต่อการเรียนรู้ การสร้างพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทยหลายๆ ซึ่งส่วนมากมุ่งเน้นการจัดแสดงสิ่งของมากกว่าการส่งต่อความรู้ 

สร้างความเข้าใจแบบไทยๆ

                ประเทศไทยเราเองก็ให้ความสำคัญกับการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจอันดีควบคู่กับการพัฒนาเมืองในด้านต่างๆ ไม่น้อยเลย อยากจะเผยแพร่ทั้งความรู้ ผลการดำเนินงานและสร้างประสบการณ์ร่วมให้กับประชาชน อย่างรายการต่างๆ ของ คสช. ที่โผล่มาบนหน้าจอให้ได้เจอกันทุกเย็น จนมีหลายเสียงชื่นชมว่าเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ได้อยู่ ได้พูดคุยกับคนในครอบครัวมากขึ้น เพราะเปิดไปช่องไหนก็เจอ รัฐบาลใส่ใจในสื่อละเอียดไปจนถึงการสั่งระงับการออกอากาศของ Voice TV เป็นเวลา 7 วัน (http://news.voicetv.co.th/business/474783.html)  ที่พิจารณาแล้วว่า Voice นั้นมีความผิดในการนำเสนอเพียงด้านเดียว

 

               ถึงแม้เราอาจจะยังต้องฝันกันต่อไปถึงเมืองดีๆ แต่การฝันถึงการได้รับความรู้เรื่องเมืองจาก “มิวเซียม” ดีๆ ไม่ควรจะเป็นอะไรที่เกินฝัน หรือหากมี “มิวเซียม” เกี่ยวกับเมืองของกรุงเทพฯ เกิดขึ้นจริง ก็หวังว่าห้องที่เล่าถึงกรุงเทพฯ ในอนาคตจะไม่ใช่ห้องโล่งเปล่า

 

 

ที่มา:http://www.matichon.co.th/news/234549