มหานครโลก ความตั้งใจของปารีส และการพัฒนาเมืองแบบไร้รอยต่อ (Grand Paris)

 

          เป็นอีกครั้งที่ปารีสจะพัฒนาตนเองให้กลายเป็นมหานครปารีสอย่างแท้จริง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของเมืองและรองรับการเป็นเขตเศรษฐกิจที่สำคัญของยุโรป จึงนำมาสู่ “โครงการ Grand Paris” ซึ่งนอกเหนือจากการพัฒนาในเชิงเศรษฐกิจแล้ว การพัฒนาทางกายภาพของเมืองถือเป็นการสะท้อน ลักษณะทางสังคมออก มาให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้การพัฒนาในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแผนนโยบายเท่านั้น แต่จะพัฒนาบนพื้นที่เชิงกายภาพของเมืองที่มีศักยภาพในการรองรับการเติบโตของเมืองในด้านเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต ซึ่งไม่ใช่การพัฒนาแต่เพียงพื้นที่เมืองชั้นในที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจเท่านั้น แต่จะครอบคลุมไปถึงพื้นที่ชานเมืองและส่วนต่อขยายของเมืองด้วยซึ่งจะทำให้เกิดการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างพื้นที่รอยต่อของเมืองชั้นในกับพื้นที่เขตการปกครองโดยรอบ และนำไปสู่การพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนในอนาคต     

 

          ทั้งนี้การพัฒนาเมืองทั้งหมดเกิดจากความตั้งใจของรัฐบาลฝรั่งเศส ที่จะส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมต่อกัน ทั้งเชิงกายภาพ เศรษฐกิจ และสังคม อันจะสร้างความเท่าเทียมกันระหว่างเมืองชั้นในและปริมณฑล เพื่อขยายขอบเขตพื้นที่เมืองให้เกิดการใช้งานได้ต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน ซึ่งจะมุ่งเน้นพื้นที่รอยต่อของเมืองโดยรอบ หรือจะกล่าวได้ว่าเป็นแนวทางของ การพัฒนาเมืองจากศูนย์กลางสู่ชานเมืองแบบไร้รอยต่อ

 

[ที่มา : http://www.parisrues.com/rues08/paris-avant-08

-avenue-des-champs-elysees.html]

 

        กว่าที่เมืองปารีสจะเป็นมหานครอย่างเช่นปัจจุบัน หากมองย้อนกลับไปจะพบว่าประเทศฝรั่งเศสมีประวัติศาสตร์การวางผังเมืองมาตั้งแต่สมัยโรมัน ซึ่งนับว่าเป็นชนชาติที่นำวิสัยทัศน์การพัฒนามาสู่การพัฒนาผังเมืองในปัจจุบัน โดยในช่วงยุคกลางหรือยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (La Renaissance)เกิดการฟื้นฟูในรูปแบบผังเมืองโรมันดั้งเดิม ต่อมาพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ได้ริเริ่มวางผังเพื่อสร้างความสวยงามของเมืองเป็นครั้งแรก (City Beautification) ทำให้เนื้อเมืองเก่าได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบรวมถึงจัตุรัสและพื้นที่สาธารณะหลวงเกิดขึ้นหลายแห่ง

 

          เมื่อได้เข้าสู่การเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยจักรวรรดิฝรั่งเศส ได้มีการให้พัฒนาถนนหลายสายที่สำคัญ แต่ในที่สุดกลับไม่ประสบความสำเร็จเนื่องมาจากความขัดแย้งทางระบอบการปกครองประเทศ และเนื่องด้วยการเข้าสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งมีการพัฒนาที่เติบโตอย่างรวดเร็ว นำมาสู่ปัญหาด้านสุขาภิบาลที่ไม่เพียงพอตอบรับกับสภาพความเป็นอยู่ของคนในเมืองส่งผลให้เกิดสุขภาวะที่ไม่ดี และนำมาสู่ปัญหาด้านคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงความเป็นอยู่ที่ยากจน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการฟื้นฟูเมืองปารีส จำแนกได้ 4ยุคสมัย ดังนี้

 

1. ยุคสมัยการปรับโครงสร้างเมือง

          เกิดขึ้นหลังการปฏิวัติอุตสาหกรรมซึ่งมีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ คือ ความโปร่งสบาย ความเป็นเอกภาพ และความสวยงาม  โดยมุ่งเน้นที่พื้นที่ใจกลางเมืองและพื้นที่โดยรอบ

 

2. ยุคสมัยหลังสงครามโลก (ต้น-ปลายศตวรรษที่19)

          นโยบายการฟื้นฟูเมืองในช่วงยุคนี้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ ที่อยู่อาศัยราคาประหยัด พร้อมทั้งการส่งเสริมให้เกิดพื้นที่สีเขียวรูปแบบต่างๆ ที่สามารถช่วยแก้ปัญหา และส่งเสริมคุณภาพเมืองเช่น เข็มขัดสีเขียว หรือ Green belt ที่ช่วยเป็นพื้นที่กันชนระหว่างเขตพื้นที่อุตสาหรรม ที่อยู่อาศัย และพื้นที่เกษตร หรือ การเปิดพื้นที่สีเขียวออกสู่พื้นที่เมือง ซึ่งเป็นการเปิดพื้นที่สาธารณะให้เชื่อมโยงกับพื้นที่เมืองมากขึ้น เพื่อเป็นการแทรกพื้นที่สีเขียวเข้าไปในพื้นที่เมือง อาทิ สวนสาธารณะขนาดเล็ก เป็นต้น

 

3. ยุคฟื้นฟูเมืองจากภายในสู่ภายนอก (ปลายศตวรรษที่ 20 - ปี 2001)

          การฟื้นฟูเมืองมุ่งเน้นจากพื้นที่เมืองชั้นในสู่พื้นที่ชั้นนอก โดยเริ่มจากแนวคิดเมืองใหม่เพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองไปยังพื้นที่เมืองอื่นโดยรอบ ในส่วนของพื้นที่ในเขตเมืองเก่าได้เกิดการบังคับใช้กฎหมายอนุรักษ์ ซึ่งทำให้ย่านเมืองเก่านั้นกลับมาคึกคัก และเกิดการย้ายเข้าสู่ศูนย์กลางเมืองมากขึ้น

 

4. ยุคการฟื้นฟูแบบบูรณาการ (ปี 2001 ถึงปัจจุบัน)

          เริ่มต้นด้วยแนวคิดในการฟื้นฟูเมืองโดยการเปิดเมืองซึ่งมีวิสัยทัศน์ในการผลักดันให้มหานครปารีสกลายเป็นเมืองที่น่าดึงดูดด้วย ศิลปะ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม โบราณสถานต่างๆ พร้อมกับการยกระดับคุณภาพชีวิตให้เกิดความเท่าเทียมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ภายใต้การพัฒนาอย่างยั่งยืน และยังสนับสนุนโครงการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนสาธารณะและพื้นที่สีเขียวให้กับเมือง เพื่อช่วยลดการเกิดมลภาวะและลดการใช้พลังงานในเมือง

 

 

[ที่มา : http://thesundaychapter.stfi.re/2016/01/50-things

-to-do-in-paris/?sf=yjxbxpo#aa]

 

          จากแนวคิดการฟื้นฟูเมืองแบบบูรณาการนำมาสู่การต่อยอดจนเกิดเป็นโครงการ Atelier international du Grand Paris โดยเป็นจุดกำเนิดของโครงการฟื้นฟูเมืองทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเมืองปารีส และปริมณฑล โดยพัฒนาพื้นที่รอยต่อของเมืองให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสมเพื่อรองรับต่อความต้องการของประชากรทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่รอยต่อระหว่างชานเมือง และอีกหนึ่งจุดประสงค์เพื่อให้เกิดควาทสอดคล้องกับแผนพัฒนาในอดีตคือการเติมเต็มการพัฒนาและรักษาพื้นที่สีเขียวลงบนถนนวงแหวน ให้สมบูรณ์ และเนื่องด้วยมีการทำสนธิสัญญาในฐานะกลุ่มประชาคมยุโรปว่าด้วยการลดการปล่อยแก๊สเรือนกะจก ในพิธีสารเกียวโต หรือ Kyoto Protocol”  ซึ่งส่งเสริมและสอดคล้องกับในปัจจุบัน การฟื้นฟูเมืองมีตัวช่วยทางเทคโนโลยีเข้ามาทำให้เกิดการพัฒนาไปในทิศทางที่ช่วยลดการสูญเสียพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ชี้ให้เห็นว่าเป็นการมองถึงประโยชน์ต่อสาธารณะสร้างคุณภาพของสิ่งแวดล้อมที่จะส่งเสริมให้เกิดเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือเรียกว่า Sustainable Development อย่างแท้จริง

 

 

ส่วนด้านการบริหารจัดการ รัฐบาลฝรั่งเศสจะมอบหมายให้หน่วยงานท้องถิ่นเป็นผู้วางแผนกลยุทธ์ และแผนงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายของนายกเทศบาลเมือง ซึ่งมีหน่วยงานบริหารด้านผังเมืองเป็นผู้ดำเนินการ ศึกษา วิจัย และเสนอโครงการต่อนายกเทศบาลเมืองปารีสภายใต้มาตรฐานเดียวกัน อนึ่งภาครัฐเป็นผู้มีอำนาจในการจัดสรร หรือปรับเปลี่ยนบุคคลที่มารับมอบหมายหน้าที่ได้ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด ส่วนหน่วยงานระดับท้องถิ่น เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทมากที่สุดในการดำเนินการทางด้านผังเมือง ซึ่งภาครัฐให้อำนาจอย่างอิสระกับแต่ละท้องถิ่นเนื่องจากเป็นหน่วยงานระดับใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุดเพื่อให้สามารถทำความเข้าใจถึงความต้องการ บริบททางประวัติศาสตร์ ลักษณะเฉพาะทางสังคม อันนำมาสู่การบริหารจัดการด้านกลไกทางการฟื้นฟูเมืองในท้องถิ่นตนเองได้อย่างเหมาะสม และตอบโจทย์ต่อกลุ่มคน และพื้นที่นั้นอย่างสูงสุด

 

       

[ที่มา : ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง, 2560]

 

 

เป้าหมายของการพัฒนาในครั้งนี้ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำกันระหว่างภูมิภาคภายใน และพัฒนาระบบเศรษฐกิจ รวมถึงสภาพทางสังคมของเมืองในรูปแบบการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงบทบาทหน้าที่ของพื้นที่เมืองจะส่งผลให้รูปแบบการใช้ชีวิต ความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจ และสภาพสังคมในย่านนั้นๆเปลี่ยนแปลงไป เพื่อรองรับต่อวิถีชีวิตของคนในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งจะทำให้เมืองปารีสสามารถขับเคลื่อนทิศทางการพัฒนาเมทองให้สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างแท้จริง และยั่งยืน 

          โดยปัญหาที่นำมาสู่การพัฒนาในครั้งนี้ เนื่องมาจากมีการเติบโตของจำนวนประชากรอย่างรวดเร็ว และมีทิศทางการเพิ่มขึ้นของประชากรสูงขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ปารีสเป็นมหานครขนาดใหญ่ ปัจจุบันมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 12 ล้านคน และเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญของทวีปยุโรป แต่ในทางกลับกันพื้นที่เมืองมีอยู่อย่างจำกัด เนื่องด้วยการกระจุกตัวของกิจกรรมที่เข้มข้นมากภายในพื้นที่เมืองชั้นใน มีกระแสนิยมในการทำงานบริเวณย่านสำนักงานภายในศูนย์กลางเมืองโดยมีที่อยู่อาศัยบริเวณชานเมืองและปริมณฑล ทำให้เกิดความจำเป็นของการเดินทางเพื่อไปยังแหล่งงานโดยเฉพาะ แต่ในทางกลับกันระบบขนส่งมวลชนระหว่างเมืองไม่สามารถรองรับการเดินทางเพื่อเชื่อมพื้นที่ดังกล่าว หรือไม่สามารถเชื่อมเมืองโดยรอบเข้าด้วยกัน และอีกปัจจัยที่ส่งผลให้พื้นที่เมืองหรือกิจกรรมของเมืองไม่สามารถเชื่อมต่อกัน คือ การถนนมอเตอร์เวย์ซึ่งเป็นถนนขนาดใหญ่ล้อมรอบปารีสชั้นในไว้ส่งผลให้กิจกรรมของเมืองถูกตัดขาด

 

          “ กลไกในการพัฒนาที่ไม่ใช่เพียงเนื้อหาในกระดาษ

          นอกเหนือจากแผนการพัฒนาแล้ว ทุกโครงการและทุกปัญหาต้องได้รับการพิจารณาเพื่อแก้ไขโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดการพัฒนาด้านกายภาพ โดยทั้งหมดล้วนสอดคล้องกัน การลดรอยต่อของการพัฒนาพื้นที่ย่านแต่ละย่าน หรือการบูรณาการทั้งเชิงกิจกรรมและเชิงพื้นที่เข้าด้วยกัน ส่งผลให้เกิดการแก้ปัญหาและทบทวนแผนการพัฒนา หนึ่งในนั้นคือระบบคมนาคมรูปแบบถนน ซึ่งจะหันไปสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานประเภทระบบขนส่งมวลชนสาธารณะเพื่อเชื่อมโยงพื้นที่ปริมณฑลต่างๆ เข้าด้วยกัน รวมถึงการคำนึงถึงคุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการอยู่ในพื้นที่เมืองด้วยการเก็บรักษาพื้นที่สีเขียวที่อยู่บริเวณรอยต่อของเมือง ซึ่งในอดีตพื้นที่นี้ได้ทำหน้าที่เป็นเข็มขัดสีเขียว หรือ “Green Belt” เพื่อจำกัดการขยายตัวของพื้นที่อุตสาหกรรม และการรักษาสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับพื้นที่อยู่อาศัย รวมถึงการเพิ่มคุณภาพของพื้นที่สาธารณะในเมือง ตัวอย่าง เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพของพื้นที่ริมน้ำบริเวณแม่น้ำแซน ซึ่งทั้งหมดที่ได้กล่าวไปข้างต้นจะสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของเมืองปารีส

 

          สิ่งที่น่าสนใจในการพัฒนาในครั้งนี้คือการใช้เทคนิคการประกวดแบบภายใต้ชื่อโครงการ “Grand Paris” เพื่อให้ได้มาซึ่งแบบที่ดี และเหมาะสมที่สุดในการพัฒนาพื้นที่ โดยผ่านการผลักดันให้เกิดขึ้นจริงทั้งสิ้น 7 โครงการ หนึ่งในนั้นเป็นโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ส่งเสริมให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ดีและมีราคาถูก และอีก 6 โครงการเป็นโครงการ Mixed use หรือการใช้ประโยชน์พื้นที่แบบผสมผสาน ประกอบไปด้วย พื้นที่ต่อเนื่องย่าน La Defense  พื้นที่ธุรกิจฝั่งตะวันตกและฝั่งเหนือของเมือง  พื้นที่ริมแม่น้ำแซน(Dock District)  ส่วนพื้นที่ทางตอนใต้มีทั้งโครงการที่อยู่อาศัยและโครงการอาคารสำนักงานเพื่อเป็นแหล่งงานซึ่งมีจุดเด่นคือมีสภาพแวดล้อมที่ดีและราคาถูก  โครงการสุดท้ายตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองเป็นโครงการผสมผสานระหว่างพื้นที่อยู่อาศัย สำนักงาน และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ซึ่งมุ่งหมายให้เกิดเป็นพื้นที่พัฒนาเพื่อรองรับการเติบโตของเมืองในระยะยาว จุดประสงค์ของการพัฒนาโครงการทั้งหมดข้างต้นเพื่อให้พื้นที่เป้าหมายเกิดการพัฒนาที่พร้อมจะรองรับการใช้ชีวิตในพื้นที่รอยต่อหรือพื้นที่ชานเมืองได้อย่างไม่ด้อยไปกว่าพื้นที่เมืองชั้นใน

         

[ที่มา : https://encrypted-tbn1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcS_z2aS2hsIn5y12XLZrkJ7wg2p_RKdIV5m-SOXmIJvcuhjGgpLNg ]

 

 

    จะเห็นได้ว่าเงื่อนไขในการพัฒนาที่ทำให้การพัฒนาครั้งนี้แตกต่างจากครั้งที่ผ่านมา คือ เกิดการวางแผนเพื่อพัฒนาตั้งแต่ภาพรวมของการพัฒนาเมือง อย่างการปรับปรุงและจัดหาระบบขนส่งในพื้นที่รอยต่อระหว่าเมือง ในขณะเดียวกันก็เจาะลึกลงไปถึงภาพเล็กของการพัฒนาอย่างการสร้างที่อยู่อาศัย และแหล่งงาน

 

 

[ที่มา : ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง, 2560]

 

 

            แม้ว่ามหานครปารีสจะมีแผนพัฒนามาแล้วหลายครั้งแต่ครั้งนี้เป็นการพัฒนาเพื่อการเชื่อมพื้นที่เมืองกลับเข้ามาหากันอีกครั้ง ไม่ใช่แต่ในเชิงกายภาพ แต่ในเชิงคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสังคม โดยทั้งหมดจะเชื่อมกันด้วยกิจกรรม ไม่ใช่เป็นเพียงการพัฒนาแต่ในเชิงความหนาแน่น แต่เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งเสริมพื้นที่สาธารณะของเมืองที่ดี และระบบสาธารณูปการที่มีคุณภาพ ชี้ให้เห็นว่าการพัฒนาเพื่อจะให้เกิดเป็นมหานครโลกไม่ได้มีแต่การพัฒนาด้านเศรษฐกิจเท่านั้น แต่การพัฒนาด้านกายภาพ หรือพื้นที่เมืองก็สำคัญเช่นกัน อันส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในเมืองโดยตรง ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลกลับไปยังเรื่องพื้นฐาน อย่างเศรษฐกิจ และสังคม

 

แหล่งอ้างอิง
http://www.grand-paris.jll.fr/en/grand-paris-project/overview/transports/
http://www.grand-paris.jll.fr/en/paris-real-estate-market/grand-paris-jll-reports/
http://www.jll.com/cities-research/cities/grand-paris


ดาวน์โหลดบทความในรูปแบบไฟล์ PDF ได้ที่ goo.gl/ma4BBf



 


 

htab-group