ภาษีเลือกได้???

ท่ามกลางกระแสนโยบายที่ทุกอย่างต้อง 4.0 ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมของรัฐบาลไทย ทว่าปัจจุบันดูเหมือนจะสวนทางกับผลสำรวจของ Freedom House ที่พึ่งรายงานว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ไม่มีเสรีภาพทางอินเตอร์เน็ต และมีแนวโน้มที่แย่ลงเลยๆ นับจากรัฐประหารปี 2014

 

หนึ่งสาเหตุสำคัญของการลดลงของเสรีภาพดังกล่าว คือการจำกัดการเข้าถึงเว็บไซต์และเนื้อหาบนอินเตอร์เน็ต กล่าวคือ รัฐไทยมีระดับการเปิดเผยข้อมูลรัฐที่ลดลง ดังนั้นหากข้อมูลเปิดคือหนึ่งในข้อมูลตั้งต้นที่ประชาชนใช้เป็นเครื่องมือเพื่อตรวจสอบรัฐ หรือยกระดับคุณภาพชีวิตของตัวเองแล้ว จากรายงานของ Freedom House อาจสรุปได้ว่า คนไทยกำลังถูกลิดรอนอำนาจและสิทธิในการตรวจสอบต่อรองอันเป็นสาระสำคัญหนึ่งของประชาธิปไตย

ในหนังสือ Digital Future โดย สฤณี อาชวานันทกุล (2558) เสนอว่า ปัญหาใดๆ ก็ตามในระบอบประชาธิปไตยจะต้องแก้ด้วยการเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นเท่านั้น แต่ดูเหมือนรัฐบาลไทย 4.0 กลับมุ่งเน้นการรวบและ ลดอำนาจการตรวจสอบของประชาชน ซึ่งจะว่าไปก็อาจเป็นสิ่งที่ไม่แปลก เพราะรัฐบาลไทยปัจจุบันไม่ได้มาจากระบอบประชาธิปไตย และไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องการเพิ่มหรือกระจายอำนาจให้แก่ประชาชน

ทั้งนี้ ในขณะที่ไทยยังจมอยู่กับความขัดแย้งและมุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงของรัฐบาลทหารนั้น ระบอบประชาธิปไตยในหลายประเทศกลับก้าวหน้า ทั้งในแง่ของวิธีคิดและเครื่องมือในการทำงานรวมกันระหว่างรัฐและประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิติของการฟื้นฟูและบริหารจัดการเมือง (Urban Regenerationand Governance) ฉะนั้น เงิน คือสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าคือประเด็นสำคัญในการผลักดันให้โครงการฟื้นฟูเมืองสำเร็จ หรือการบริหารจัดการเมืองที่มีประสิทธิภาพได้นั่นเอง

 

เงินที่รัฐนำมาใช้ในการฟื้นฟูและบริหารจัดการเมือง ก็คือเงินที่มาจากภาษีประชาชน คำถามคือ เรา ในฐานะผู้เสียภาษี ทราบหรือไม่ว่าภาษีที่เราจ่ายไปทุกๆ ปีนั้น รัฐนำไปใช้จ่ายกับอะไรบ้าง?

 

ในประเทศที่ข้อมูลรัฐกลายเป็นสิ่งของสาธารณะแล้ว เป็นเรื่องง่ายมากที่ประชาชนทั่วไปจะสามารถรับรู้ได้ว่า แต่ละปี รัฐใช้จ่ายเงินไปกับอะไรเท่าไหร่บ้าง ยกตัวอย่าง เว็บไซต์ wheredoesmymoneygo.org โดย Open Knowledge Foundation แสดงให้เห็นว่า รัฐของกลุ่มประเทศในสหราชอาณาจักรใช้เงินภาษีไปกับอะไร งานเมืองด้านไหน และจำนวนเท่าไหร่บ้าง ที่สำคัญคืออยู่ในรูปแบบเว็บไซต์ที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าใจได้ง่าย

 

ต่างจากกรุงเทพฯ แม้สำนักงบประมาณจะมีการเปิดเผยการใช้งบประมาณของหน่วยงานในกำกับทุกหน่วยงาน แต่ข้อมูลยังอยู่ในสภาพที่เข้าใจได้อยาก และยังไม่มีได้มีทำการสรุปผลให้เข้าใจได้ง่ายเหมือนกลุ่มประเทศในสหราชอาณาจักร

 

 

 

เว็บไซต์ wheredoesmymoneygo.org แสดงการใช้เงินภาษีของกลุ่มประเทศในสหราชอาณาจักร

 

ภาษีของเรา ที่เราเป็นคนจัดการ

นอกเหนือไปจากการเปิดเผยข้อมูลการใช้เงินภาษีอย่างเป็นระบบและเข้าใจได้ง่ายแล้ว ในประเทศที่ประชาธิปไตยเบ่งบาน ระดับของการเปิดเผยข้อมูลรุกลามไปถึงการที่ให้ประชาชนในเมืองเข้ามามีส่วนร่วมในการบอกกับรัฐโดยตรงว่า เงินภาษี (บางส่วน) ของพวกเขา รัฐควรเอาไปใช้จ่ายกับอะไรบ้าง กระบวนการนี้เรียกว่า กระบวนการจัดทำงบประมาณแบบมีส่วนร่วม (Participatory Budgeting) หรือ PBซึ่งเริ่มถูกนำกลับมาใช้ใหม่อีกครั้งหลังจากเปิดตัวครั้งแรกไปที่เมื่อปี 1989 ที่เมืองปอร์ตูอาเลเกร บราซิล

จากรายงานของธนาคารโลก ชี้ให้เห็นว่าเมืองปอร์ตูอาเลเกรในปี 1992 จัดสรรงบประมาณกว่า 17% สำหรับ PB และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึง 21% ในปี 1999 โดยผลลัพธ์สำคัญที่สรุปไว้ในรายงานฉบับนี้คือ ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น และผู้มีรายได้น้อยในเมืองปอร์ตูอาเลเกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากขึ้น เช่น มีการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย (Public Housing) ทำให้คนจนมีสิทธิที่จะอยู่ในเมืองได้มากขึ้น มีระบบจัดการน้ำเสียและน้ำประปาที่ครอบคลุมมากขึ้นจาก 75% เป็น 95% ของครัวเรือนทั้งหมดภายใน 10 ปี! มีการก่อสร้างโรงเรียนรัฐเพิ่มขึ้น 4 เท่า!! พร้อมกับมีการจัดสรรงบประมาณด้านสุขภาพและการศึกษาเพิ่มขึ้นจาก 13% ในปี 1985 เป็น 40% ในปี 1996!!! เป็นต้น

ฮอลลี่ รัสสัน กิลแมน นักวิจัยด้านกิจการต่างประเทศและกิจการสาธารณะจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย กล่าวว่า PB ในยุคแรกๆ นั้น คือการที่รัฐบาลท้องถิ่นจัดคนลงไปเดินเคาะประตูบ้านเพื่อขอความคิดเห็น จัดการประชุมและปิดประกาศเพื่อรับไอเดียในที่สาธารณะ หรือจัดนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้คนมาโหวตว่าชอบหรือไม่ชอบโครงการไหน ข้อจำกัดที่สำคัญของ PB ในยุคนั้นคือ ใช้เวลานานโดยเฉพาะกระบวนการรวบความความคิดเห็น, ผลลัพธ์จากการโหวตไม่ต่างจากที่รัฐท้องถิ่นคิดเท่าไหร่ คือคนเสนอให้เอาเงินไปทำให้สิ่งที่รัฐบาลท้องถิ่นคิดไว้อยู่แล้ว และความหลากหลายของกลุ่มคนที่แสดงความคิดเห็น ยังจำกัดอยู่ในกลุ่มที่บางกลุ่มที่รัฐบาลท้องถิ่นเข้าถึงเท่านั้น

 

อย่างไรก็ตาม แม้ PB จะมีปัญหาอยู่มากมาย แต่ฮอลลี่กล่าวทิ้งท้ายว่า ประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังอยากให้มี PB มากกว่าไม่มี กล่าวคือคนยังรู้สึกคุ้มค่าที่จะเสียเวลาไปกำกับแสดงความคิดเห็นมากกว่าการปล่อยให้รัฐบาลท้องถิ่นตัดสินใจ

 

กระบวนการจัดทำงบประมาณแบบมีส่วนร่วมยุคใหม่

ในยุคที่อินเตอร์เน็ตกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น PB ยุคใหม่ส่วนใหญ่จึงใช้ประโยชน์จากปรากฏการณ์นี้เพื่อแก้ไขข้อจำกัดในอดีตที่ผ่านมา electronic-PB หรือ ePB คือการนำระบบออนไลน์มีประยุกต์ใช้ใน PB ทำให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับกระบวนการได้มากขึ้นประมาณ 7 เท่า กลุ่มคนหลากหลายขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือ สามารถประหยัดงบประมาณและร่นระยะเวลาในการสำรวจไอเดียและความคิดเห็นของประชาชนได้

New York City Council คือตัวอย่างหนึ่งในเมืองที่เปิดให้ประชาชนชาวนิว ยอร์กส่งไอเดียและความคิดเห็นในการใช้งบประมาณเมืองผ่านเว็บไซต์ของเมืองภายใต้คอนเซปต์ Real Money. Real Projects. Real Power. โดยประชาชนที่เสนอไอเดียหรือความคิดเห็นจะต้องลงทะเบียนเพื่อแสดงตัวตนว่าเป็นชาวเมือง และแสดงไอเดียผ่านการระบุตำแหน่งพร้อมให้รายละเอียดคร่าวๆ ว่าต้องการให้ใช้เงินไปกับการทำอะไร การเสนอไอเดียวต่างๆ ของเมืองจะถูกแบ่งเป็นหมวดต่างๆ อาทิ หมวดโรงเรียนและการศึกษา หมวดสิ่งแวดล้อม หมวดผู้สูงอายุ หมวดถนนและทางเท้า ฯลฯ โดยประชาชนที่อาจจะไม่มีไอเดียของตัวเอง ก็สามารถเข้ามาโหวตไอเดียของคนอื่นๆ ที่ตัวเองชอบหรืออยากสนับสนุนได้อีกด้วย

 

New York City Council เว็บไซต์ที่ให้ประชาชนเสนอไอเดียในการใช้ภาษีของรัฐ

 

การเพิ่มพลังให้ประชาชน คือการทำให้พลเมืองเป็นใหญ่อย่างแท้จริง

จะเห็นได้ว่าการจัดทำงบประมาณแบบมีส่วนร่วม นับเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ยึดโยงประชาชนภายในเมือง กับการบริหารจัดการเมืองผ่านการใช้งบประมาณเมือง ซึ่งเท่ากับกับว่าประชาชนสามารถเชื่อมต่อกับผู้แทนหรือผู้บริหารเมืองได้โดยไม่ต้องผ่านสถาบันทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นหัวคะแนน ผู้นำทางความคิด หรือสื่อมวลชน เป็นประชาธิปไตยทางตรงที่ปัจจุบันมีรัฐบาลท้องถิ่นกว่า 2,500 เมืองทั่วโลกกำลังดำเนินการอยู่

 

ท้ายนี้ สฤณี อาชวานันทกุล ได้กล่าวสรุปทิ้งท้ายในบท PB ของหนังสือ Digital Future ว่า เมืองใดก็ตามที่ได้เริ่มทำ PB แล้ว มักจะเลิกไม่ได้  เพราะเมื่อประชาชนมีอำนาจตัดสินใจแล้วก็จะไม่ยอมเสียอำนาจนั้นไป และไม่ว่าข้อจำกัดและปัญหาของ PB จะเป็นอย่างไร PB คือหนึ่งในกลไกประชาธิปไตยทางตรงที่เพิ่มพลังงานให้กับประชาชนทุกคน ทำให้พลเมืองเป็นใหญ่อย่างแท้จริง

 

ข้อมูลจาก

Voicetv https://www.voicetv.co.th/read/rkVZ8VYkM

Freedomhouse https://freedomhouse.org/report/freedom-net/2017/thailand#a2-limits

wheredoesmymoneygo http://app.wheredoesmymoneygo.org/bubbletree-map.html#/~/total

Bangkok http://office.bangkok.go.th/budd/main/

participatorybudgeting https://www.participatorybudgeting.org/

Worldbank https://siteresources.worldbank.org/INTEMPOWERMENT/Resources/14657_Partic-Budg-Brazil-web.pdf

Uquebec http://www.uquebec.ca/observgo/fichiers/91130_eparticipation.pdf

pbnyc http://ideas.pbnyc.org/page/about

Hollie Russon-Gilman and Tiago Carneiro Peixoto (2017). The Time for Engaging Citizens in Democracy Is Now, NEW AMERICA WEEKLY (Edition 173).

 

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------